การพัฒนาครูด้วยหลักสูตรการอบรมออนไลน์

LightBlog

Breaking

 

เด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น

 (Children with Visual Impairment)

 

นิยาม

บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น ได้แก่ บุคคลที่สูญเสียการเห็นตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงตาบอดสนิทซึ่ง แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. คนตาบอด หมายถึง บุคคลที่สูญเสียการเห็นมากจนต้องใช้สื่อสัมผัส และสื่อเสียงหากตรวจวัดความชัดของสายตาข้างดี เมื่อแก้ไขแล้วอยู่ในระดับ 6 ส่วน 60 (6/60) หรือ 20/200 (20/200) จนถึงไม่สามารถรับรู้เรื่องแสง

2. คนเห็นเลือนราง หมายถึง บุคคลที่สูญเสียการเห็น แต่ยังสามารถอ่านอักษรตัวพิมพ์ขยายใหญ่ด้วยอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ หรือเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก หากวัดความชัดเจนของสายตาข้างดีเมื่อแก้ไขแล้วอยู่ในระดับ 6 ส่วน 18 (6/18) หรือ 20 ส่วน 70 (20/70)

 

ลักษณะบางอย่างของเด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น

1. มีขอบตาแดง น้ำตาคลอ มีน้ำไหลเสมอ ๆ

2. มีตุ่มหรือผืนบนหนังตาและขอบตา

3. มีการระมัดระวังในการเดินมากผิดปกติ เดินหรือวิ่งไม่สม่ำเสมอ หรือสะดุดพลาดโดยไม่มีสาเหตุ

4. ตาเอียง ตาเข หรือตาเหล่

5. หนังตาปลิ้น หรือขอบตาบวม

6. กลอกกลิ้งลูกตาไปมาบ่อย ๆ

7. ชอบหรี่ตาและป้องแสงไม่ให้เข้าตา

8. ลูกตาดำมีลักษณะผิดปกติ

9. ตาอักเสบ เป็นฝีกุ้งยิงบ่อย ๆ

10. หยิบวางของผิดเสมอ

11. เวลาอ่านหนังสือเด็กมีพฤติการณ์ก้มและเงยตลอดเวลา

 

แบบสำรวจเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็น 



 

 

เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

(A Child with Hearing Impairment)

 

นิยาม

บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ได้แก่ บุคคลที่สูญเสียการได้ยินตั้งแต่ระดับหูตึงน้อยจนถึงหูหนวก ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1. คนหูหนวก หมายถึง บุคคลที่สูญเสียการได้ยินมากจนไม่สามารถเข้าใจการพูดผ่านทางการได้ยินไม่ว่าจะใส่หรือไม่ใส่เครื่องช่วยฟัง ซึ่งโดยทั่วไปหากตรวจการได้ยินจะมีการสูญเสียการได้ยิน 90 เดซิเบล ขึ้นไป

2. คนหูตึง หมายถึง บุคคลที่มีการได้ยินเหลืออยู่เพียงพอที่จะได้ยินการพูดผ่านทางการได้ยินโดยทั่วไปจะใส่เครื่องช่วยฟัง ซึ่งหากตรวจวัดการได้ยินจะมีการสูญเสีย การได้ยินน้อยกว่า 90 เดซิเบล ลงมาถึง 26 เดซิเบล

 

ลักษณะของคนหูหนวก / หูตึง

1. ไม่ได้ยินเสียงพูด

2. พูดไม่ได้

3. ถ้าหูหนวกมา แต่กำเนิดมักใช้ภาษามือ

4. ไม่ได้ยินเสียงพูดเบา ๆ หรือผู้พูดอยู่ในระยะไกล

5. พูดไม่ชัด เสียงเพี้ยน

6. มักพูดเสียงดัง หรือเสียงเบามาก ขอให้พูดซ้ำ

7. มักจ้องปากผู้พูด

8. ปฏิบัติตามคำสั่งไม่ถูกต้อง

9. มีปัญหาในการเรียนรู้ภาษา

10. ชอบสะกิดเรียก

 

การประเมิน          - ใช้การทดสอบการได้ยินด้วยเครื่องตรวจวัดการได้ยิน

       - การให้ทำตามคำสั่งหรือให้พูดตามโดยไม่ให้มองหน้า

 

 

แบบสำรวจเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน



 

 

เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

(Children with Intellectual Disabilities)

 

นิยาม

บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ได้แก่ บุคคลที่มีความ จำกัด อย่างชัดเจนในการปฏิบัติตน (Functioning) ในปัจจุบัน ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือ ความสามารถทางสติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญร่วมกับความ จำกัด ของทักษะการปรับตัวอีกอย่างน้อย 2 ทักษะ จาก 10 ทักษะ ได้แก่ การสื่อความหมาย การดูแลตนเอง การดำรงชีวิตภายในบ้าน ทักษะทางสังคม การมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การรู้จักใช้ทรัพยากรในชุมชน การรู้จักดูแลความคุมตนเอง การนำความรู้มาใช้ในชีวิตประจำวัน การทำงาน การใช้เวลาว่างการรักษาสุขภาพอนามัยและความปลอดภัย ทั้งนี้ ได้แสดงอาการดังกล่าวก่อนอายุ 18 ปี

แบ่งความบกพร่องของสติปัญญา 4 ระดับ ดังนี้

1. ระดับเล็กน้อย                 ระดับสติปัญญา                   50 - 70

2. ระดับเล็กปานกลาง        ระดับสติปัญญา                   35 - 49

3. ระดับรุนแรง                   ระดับสติปัญญา                   20 - 34

4. ระดับรุนแรง                   ระดับสติปัญญา                   ต่ำกว่า 20

 

ลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

1. ลักษณะและพฤติกรรมในวัยเด็ก

      แรกคลอด ลักษณะอาการที่จะเห็นได้ชัดในรายที่เป็นมา แต่กำเนิด เช่น เด็กดาวน์ซินโดรมมีหน้าตาที่บ่งบอกว่าเป็นเด็กปัญญาอ่อน เป็นต้น แต่ถ้าเด็กไม่มีความเป็นพิการซ้อนทางร่างกายให้เห็นก็จะสังเกตได้ไม่ชัดเจน

      1-3 เดือน ตาไม่จับจ้องวัตถุ มองเลื่อนลอย มีการแสดงตอบต่อการเห็น เช่น กระพริบตาเมื่อเห็นแสงจ้าหรือโบกมือเมื่อมีวัตถุผ่านอย่างใกล้ชิด โดยแกว่งของเล่นตรงหน้า เป็นต้น

      4-6 เดือนไม่แสดงกิริยาว่าจำมารดาหรือคนเลี้ยงได้ สีหน้าเฉยเมย ตาอาจจะมองเลยผ่านไปสูง ๆ มองฟ้า ต้นไม้ เพดาน ยกแขนไปตามอัตโนมัติ เมื่ออุ้มยืนเด็กไม่ยันขากับพื้น จะงอขาไว้หรือแข็งตัวไว้ มีพัฒนาการล่าช้าไม่สมวัย

      8-10 เดือนไม่คว่ำ ไม่นั่ง ไม่คลาน สายตายังคงไม่มีจุดหมาย ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม

      1 ปี นอนเล่นเฉย ๆ ไม่มีพัฒนาการใด ๆ ไม่พูดหรือพูดช้ามาก

2. ด้านการเคลื่อนไหว เด็กมักมีกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก เคลื่อนไหวช้าพัฒนาการต่ำกว่าวัยทั้งยืน เดิน วิ่งได้ช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน

3. ด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและสติปัญญา เด็กใช้กล้ามเนื้อมือไม่สัมพันธ์กับสายตาจับดินสอไม่ถนัด ผูกเชือกรองเท้าหรือติดกระดุมยังไม่ได้ทั้งที่อายุ 6 ขวบแล้ว

4. ภาษา เด็กพูดได้ช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน เด็กบางคนพูดไม่ได้เลย การรับรู้และเข้าใจภาษาต่ำกว่าวัย

5. การช่วยเหลือตัวเอง เด็กช่วยเหลือตัวเองได้น้อยกว่าเด็กวัยเดียวกัน เช่น เด็กอายุ 5 ปียังต้องป้อนอาหารให้ ยังแปรงฟันเองไม่ได้ เป็นต้น

6. ทักษะทางสังคม เด็กเล่นกับเพื่อนไม่เป็น ไม่รู้จักการขอบคุณ ขอโทษ หรือทักทาย เมื่อถึงวัยที่ควรจะทำได้ เป็นต้น

 

         แบบสำรวจเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา