กฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาพิเศษ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540
มาตรา 49 ระบุว่า “บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” ผู้ยากไร้ผู้พิการหรือทุพพลภาพ หรืออยู่ในสภาวะยากลำบากต้องได้รับสิทธิตามวรรคหนึ่ง และการสนับสนุนจากรัฐเพื่อให้ได้รับการศึกษาโดยทัดเทียมกับผู้อื่น
มาตรา 54 ระบุว่า“ บุคคลซึ่งพิการหรือทุพพลภาพ มีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสวัสดิการสิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐบุคคลวิกลจริตย่อมได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ”
มาตรา 80 ระบุว่า“ รัฐต้องสงเคราะห์และจัดสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ ผู้พิการ หรือทุพพลภาพ และผู้อยู่ในภาวะยากลำบาก”
พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546
มาตรา 9 (3) มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษาและการจัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษาทุกระดับและประเภทการศึกษา
มาตรา 10 รัฐต้องจัดการศึกษาให้นักเรียนพิการ ดังนี้
* จัดให้ทุกคนมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ
* จัดให้ตั้งแต่แรกเกิดหรือแรกพบความพิการ
* จัดให้เปล่าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
* ให้มีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา
พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551
หมวด 1 สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา
(1) ได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการจนตลอดชีวิตพร้อมทั้งได้รับเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา
(2) เลือกบริการทางการศึกษา ระบบและรูปแบบการศึกษา โดยคำนึงถึงความสามารถความสนใจความถนัดและความต้องการจำเป็นพิเศษของบุคคลนั้น
(3) ได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา รวมการจัดหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ การทดสอบทางการศึกษาที่เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของคนพิการแต่ละประเภทและบุคคล
การจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนบนหลักการสิทธิมนุษยชน (4-A)
1. การจัดการศึกษาแบบให้เปล่า (Availability)
1.1 ให้คนพิการทุกคนมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างน้อย 12 ปี
1.2 ให้จัดบริการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มแก่เด็กพิการและครอบครัว
1.3 ให้สถานศึกษาจัดให้คนพิการได้รับบริการสนับสนุนตามที่กำหนดใน IEP
2. การจัดการศึกษาที่ทุกคนเข้าถึงได้ (Accessibility)
2.1 ให้จัดการศึกษาให้คนพิการเป็นพิเศษ
2.2 ให้จัดการเรียนการสอนเด็กพิการในสภาพแวดล้อมที่มีขีดจำกัดน้อยที่สุด โดยให้ได้รับการพัฒนาทุกด้าน
2.3 ให้นักเรียนพิการได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดฯ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงฯ
3. การศึกษาที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับ (Acceptability)
3.1 เมื่อ สพป. และสพม. มีความพร้อม ควรให้ สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ โอนงานโรงเรียนและศูนย์ฯ ให้กับ สพป. สพม. โดยปรับบทบาท สศศ. เป็นผู้ให้การสนับสนุน
3.2 ให้มีการส่งเสริมการผลิต พัฒนาบุคลากร ทางการศึกษาพิเศษให้มีคุณภาพ และมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพชั้นสูง
3.3 ควรจัดตั้งกองทุนการศึกษาสำหรับคนพิการสนับสนุนการพัฒนาครูและผู้บริหาร
4. การศึกษาที่สามารถปรับให้เหมาะกับผู้เรียน (Adaptability)
4.1 ให้จัดการศึกษาให้แก่คนพิการอย่างหลากหลายรูปแบบ
4.2 ให้สถานศึกษาจัดกระบวนการเรียนการสอน ให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของนักเรียนพิการเป็นเฉพาะบุคคลตาม IEP
4.3 ให้จัดสอนและฝึกทักษะชีวิตให้กับนักเรียนพิการนอกเหนือจากการสอนวิชาการ
4.4 ให้มีหลักสูตรเฉพาะสำหรับนักเรียนพิการระดับมาก
4.5 ให้เพิ่มเนื้อหาสาระและกิจกรรมการเรียนรู้สำหรับคนพิการแต่ละประเภท
4.6 ให้ปรับเนื้อหาสาระในหลักสูตรให้สอดคล้องกับนักเรียนพิการแต่ละประเภท
แผนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2560 – 2564)
วิสัยทัศน์ (Vision)
คนพิการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยวิถีพอเพียง
พันธกิจ (Mission)
พันธกิจที่ 1 เสริมสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเสมอภาค
พันธกิจที่ 2 สร้างคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระบบ
พันธกิจที่ 3 ปรับระบบบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่เป็นมาตรฐานและธรรมาภิบาล
พันธกิจที่ 4 พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ
เป้าประสงค์(Goal)
คนพิการได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างมีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นของ แต่ละบุคคล และมีทักษะการดำรงชีวิต สามารถประกอบอาชีพพึ่งตนเองได้ อย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ บนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ยุทธศาสตร์การพัฒนา
ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนให้บรรลุ วิสัยทัศน์ เมื่อสิ้นแผนประกอบไปด้วย ประเด็นยุทธศาสตร์ ทั้ง 4 ด้าน 8 ยุทธศาสตร์การพัฒนา
ประเด็นยุทธศาสตร์ด้านสิทธิและโอกาสการศึกษา
ยุทธศาสตร์ที่ 1 ขยายโอกาสการเข้าถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต
ประเด็นยุทธศาสตร์ด้านคุณภาพการศึกษา
ยุทธศาสตร์ที่ 2 ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาพิเศษ ทุกระดับ ทุกระบบ –
ยุทธศาสตร์ที่ 3 พัฒนาระบบเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารรองรับการจัดการศึกษาระบบดิจิทัล
ยุทธศาสตร์ที่4 ส่งเสริม สนับสนุน การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและองค์ความรู้ที่มุ่ง ยกระดับมาตรฐานการจัดการศึกษาส าหรับคนพิการ
ประเด็นยุทธศาสตร์ด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา
ยุทธศาสตร์ที่ 5 เร่งผลิต พัฒนา และจัดระบบบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ
ประเด็นยุทธศาสตร์ด้านประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ
ยุทธศาสตร์ที่ 6 พัฒนาประสิทธิภาพการเรียนรู้สู่ความเป็นเลิศ
ยุทธศาสตร์ที่ 7 พัฒนาระบบงบประมาณ และทรัพยากรทางการศึกษาสำหรับคนพิการ
ยุทธศาสตร์ที่ 8 พัฒนาระบบบริหารจัดการแบบองค์รวมเชิงบูรณาการโดยการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วน
ปฏิญญาโลก
ใน ค.ศ. 1990 ได้มีการประชุมครั้งสำคัญที่จัดขึ้นที่จอมเทียน ประเทศไทยในการประชุมครั้งนี้ได้มีการประกาศปฏิญญาโลกว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชน (World Declaration on Education for All) ของ 155 ประเทศ เป้าหมาย คือ การศึกษาเพื่อคนทุกคนรวมทั้งเด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ (children with special needs) และได้รับการรับรองจากที่ประชุมระดับโลกเรื่องการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความต้องการพิเศษที่ ซาลามันกา ประเทศสเปน เมื่อ ค.ศ. 1994 โดยมี การออกแถลงการณ์ซาลามันกา เรื่องหลักการ นโยบาย และการปฏิบัติเกี่ยวกับการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความต้องการพิเศษ (Salamanca Statement on Principle, Policy and Practice in Special Needs Education) สาระสำคัญของแถลงการณ์ ได้แก่ การสนับสนุนให้มีการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมอย่างจริงจัง โดยประกาศว่า
1. เด็กทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษา สิทธินี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กทุกคน
2. เด็กแต่ละคนมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนใคร มีความสนใจ ความสามารถ และความต้องการในการเรียนรู้แตกต่างกัน
3. การจัดการศึกษาสำหรับเด็กจะต้องจัดให้สอดคล้องกับลักษณะที่หลากหลายของเด็กแต่ละ
4.เด็กที่มีความต้องการพิเศษจะต้องได้รับการศึกษาในโรงเรียนปกติทั่วไป ทางโรงเรียนจะต้องจัดบริการทางการศึกษาให้แก่เด็กเหล่านี้ด้วย
5.การให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษได้มีโอกาสเรียนรวมกับเด็กปกติเป็นการขจัดการแบ่งแยกทางสังคมอย่างหนึ่ง การเรียนรวมเป็นการสอนคนให้ดำรงชีวิตร่วมกัน ดังนั้นการศึกษาจึงควรเป็นลักษณะของการศึกษาเพื่อคนทุกคน (education for all) ไม่แบ่งแยก

